วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่  6

วันพฤหัสบดี   ที่  19  กันยายน   2562
       


                          บทที่  5   รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา  


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

1.Weekly   news        ข่าวประจำสัปดาห์ 

2.Newsletter             จดหมายข่าว
3.Bulletin  board       ป้ายนิเทศ
4.Conversation        การสนทนา
5.Exhibition              นิทรรศการ
6.Parent  Guide       คู่มือผู้ปกครอง
7.Meeting                การประชุม
8.Booklet                 จุลสาร
9.Parent  Corner      มุมผู้ปกครอง
10.Parent  library     ห้องสมุดผู้ปกครอง

        สถานศึกษาปฐมวัยจะต้องทำหน้าที่และร่วมกันรณรงค์เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและการมีส่วนร่วมกับการศึกษาปฐมวัย  โดยจะต้องพัฒนาทั้งความรู้และทักษะ เพื่อนำไปใช้กับเด็กอย่างถูกวิธี

1.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน

          1.1 ข่าวสารประจำสัปดาห์
                   -รายละเอียดของการสาระการเรียนรู้  ประสบการณ์และกิจกรรมที่สถานศึกษาวางแผนไว้ประจำสัปดาห์
                   -พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
                   -กิจกรรมครอบครัว  เช่น  วาดภาพระบายสี   เกมปริศนาคำทาย
                   -เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง   เช่น  การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก   การแก้ไขปัญหาพฤติกรรม
                   -ข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง

          1.2 จดหมายข่าวและกิจกรรม
                   -ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวเด็กและผู้ปกครอง
                   -กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง  เช่น  นิทาน
                   -ความรู้สำหรับผู้ปกครอง   

          1.3 ป้ายนิเทศ 
                    -ข้อมูลจากนิตยสาร  หนังสือพิมพ์  วารสาร
                    -เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
                    -ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
                    -ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
                    -กิจกรรมในโอกาสพิเศษ   เช่น  ทัศนศึกษา

          1.4 การสนทนา
                     -เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
                     -เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
                     -เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็ก ขณะที่อยู่โรงเรียนและที่บ้าน

2.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา
         
          2.1 ห้องสมุดผู้ปกครอง
                  เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา  การอบรมเลี้ยงดู  การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก   การจัดการศึกษา  ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันและส่งผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

         2.2 ป้ายนิเทศ
                 -ข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน  เช่น  ปรัชญา   นโยบาย
                 -ข่าวของสถานศึกษา   เช่น  การประชุม
                 -ประกาศต่างๆของทางโรงเรียน   เช่น  วันหยุด   นัดประชุม
                 -ข่าวสารบริการต่างๆ   เช่น   แนะนำสถานศึกษา
                 -กิจกรรมของสถานศึกษา   เช่นกิจกรรมวันครู
                 -ป้ายสำหรับผู้ปกครองในการแสดงความคิดเห็น

          2.3 นิทรรศการ
                   -นิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์
                   -นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
                   -นิทรรศการเพื่อความบันเทิง

          2.4 มุมผู้ปกครอง
                  -เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก  ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ

          2.5 การประชุม
                  -เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษากับผู้ปกครอง
                  -แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
                  -สร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู

          2.6 จุลสาร
                  -เนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ
                  -ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม
                  -ควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง
                  -จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ
                  -ภาษาวิชาการไม่มากเกินไป

          2.7 คู่มือผู้ปกครอง
                  -ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
                  -หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
                  -บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
                  -อาคาร   สถานที่  สภาพแวดล้อม
                  -การวัดและประเมินผล

          2.8 ระบบอินเทอร์เน็ต
                   -ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา
                   -สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรัเด็ก
                   -กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ข่าวสาร  ข้อมูล
                   -คำถามของผู้ปกครอง
                   -เครือข่ายสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง

สรุปรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา 
              สถานศึกษาสามรถจัดให้บริการแก่ผู้ปกครอง  โดยมีข้อคิดที่สำคัญ  คือ  การคิดหาสื่อและช่องทางที่จะทำให้ความรู้ต่างๆ ถึงผู้ปกครองอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีการตอบกลับ เพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู้ว่าผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

                                        คำถามท้ายบทที่ 5

1.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน  ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง  จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ   1.1 การสนทนา  เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่โรงเรียนและที่บ้านได้อย่างใกล้ชิดกัน  ได้ร่วมกันหาวิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหาเพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น   เช่น  การชอบแกล้งเพื่อน    การแสดงอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์
         1.2 จดหมายข่าวและกิจกรรม  เพื่อให้ผู้ปกครองทราบข่าวสารและมีวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับเด็กได้อย่างถูกต้อง  เช่น  ข่าวกิจกรรมประจำวัน   กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ภาพปะติด 

2.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง  จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ    2.1 ห้องสมุดผู้ปกครอง    เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา  การอบรมเลี้ยงดู  การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก   การจัดการศึกษา  ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันและส่งผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ   เช่น  การจัดกิจกรรมให้ความรู้การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
          2.2 ป้ายนิเทศ  เพื่อให้ทราบข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนและกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ  เช่น  การจัดบอร์ดวันแม่    ทำแผ่นผับให้ความรู้ข่าวสารกิจกรรมผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
         2.3 นิทรรศการ  เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และความบันเทิง  เช่น  การจัดนิทรรศการประกวดวาดภาพระบายสี
         2.4 มุมผู้ปกครอง  เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก  ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ  เช่น  ให้ผู้ปกครองเขียนแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่อยากให้โรงเรียนปรัปรุงหรือจัดทำขึ้นให้มีประสิทธิภาพที่ดีผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
          2.5 การประชุม  เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษากับผู้ปกครอง   แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานและสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู  เช่น   การประชุมการจัดระบบการศึกษา
          2.6 จุลสาร   จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ  ภาษาเข้าใจง่ายและควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง
         2.7 คู่มือผู้ปกครอง   ได้แก่  ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา   หลักสูตรและการจัดประสบการณ์    บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ   อาคาร   สถานที่  สภาพแวดล้อม
และการวัดประเมินผล
          2.8 ระบบอินเทอร์เน็ต   เพื่อให้ผู้ปกครองสะดวกในการรับรู้ข่าวสารทางโรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว

3.นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง  จงอธิบาย
ตอบ      มีการพูดคุยกับผู้ปกครองเป็นการส่วนตัว  ใช้คำพูดที่โน้มน้าวให้ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญกับตัวเด็กให้มากที่สุด  เพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมไปในทางที่ดีต่อกับสังคมไทย และจะทำให้ผู้ปกครองและตัวเด็กเกิดความสุขทั้งทางกายและใจมากที่สุด

4.การจัดกิจกรรมการให้ความรุู้ผู้ปกครองมีความมีสำคัญและจำเป็นอย่างไร  จงอธิบาย
ตอบ     เพื่อให้ผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด


5.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ  มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร  จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ     5.1  มีลักษณะรายละเอียดที่ชัดเจน  ทั้งในเนื้อหาและสื่อการเรียนรู้  ได้แก่   วิธีการอบรมเลี้ยงดู    วิธีการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และวิธีการจัดการศึกษา
             5.2  มีการคิดหาสื่อและช่องทางที่จะทำให้ความรู้ต่างๆถึงผู้ปกครองอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ประเมินตนเอง

       
           เข้าเรียนตรงต่อเวลา   การแต่งกายถูกระเบียบ  จดบันทึกข้อมูลที่ประโยชน์ในการนำไปใช้ได้จริงในอนาคตในการฝึกสอนค่ะ

ประเมินเพื่อน
       
          เพื่อนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเรียนสักเท่าไรค่ะ  พูดคุยเสียงดังกันเป็นบางช่วงค่ะ

ประเมินอาจารย์
         
           อาจารย์ได้มีตัวอย่างในการทำโครงการให้ความรู้ผู้ปกครอง  อย่างเป็นขั้นตอนและละเอียดชัดเจน   เข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่  5

วันพฤหัสบดี   ที่  13  กันยายน   2562




                         บทที่ 4  โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

1.Book  start                                         โครงการหนังสือเล่มแรก
2.Picture  book                                      หนังสือภาพ
3.Mother  and  Child Clinic                    คลินิกครอบครัวแม่และเด็ก
4.Almoner                                             นักสังคมสงเคราะห์
5.Early  Childhood  Center                   ศูนย์เด็กปฐมวัย
6.Baby  Health  Center                         ศูนย์สุขภาพเด็ก
7.Correct  behavior                               แก้ไขพฤติกรรม
8.Initial  health  checkup                       การตรวจสุขภาพเบื้องต้น
9.Parent  as  Teachers  Program         โครงการพ่อแม่ในฐานะครู
10.Participation  of  parents                 การมีส่วนร่วมของพ่อแม่


โครงการ การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในประเทศไทย

      
     1.โครงการแม่สอนลูก
                   เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  แม่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ถูกต้อง โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ คือ  กรมการฝึกหัดครู (สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ) กระทรวงศึกษาธิการ
             
           2.โครงการแม่สอนลูก
                  เป้าหมายที่สำคัญ  คือ แม่มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กก่อนไปโรงเรียน   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ  คือ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดอุบลราชธานี
                
            3.โครงการการพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผ่านชุมชน 
                เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้อง   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ   กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
            
           4.โครงการการพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูด้อยโอกาสอายุต่ำกว่า 3 ปี ผ่านชุมชน
                  เป้าหมายที่สำคัญ   คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กด้อยโอกาสอายุต่ำกว่า 3 ปี มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้อง    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ  คือ  กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข

            5.โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย

                   เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชน    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ  คือ สำนักพัฒนาสุขภาพจิตกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

           6.โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว  "บ้านล้อมรัก"

                    เป้าหมายที่สำคัญ คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของตนเองต่อการสร้างความสัมพันธ์ในการดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน  เพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ คือ  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

           7.โครงการหนังสือเล่มแรก   (Book  start  Thailand)
                    เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองมีความสุขร่วมกันในโลกของหนังสือสร้างพื้นฐานการอ่านและสานสัมพันธ์ในครอบครัว   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ คือ  มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก  (Thai  BBY)

            8.โครงการพัฒนาเด็กโดยครอบครัว  
                     เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ให้แก่พ่อแม่  สมาชิกในครอบครัว  เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก  โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ  คือ   กระทรวงศึกษาธิการ     กระทรวงสาธารณสุข     กระทรวงมหาดไทย    มหาวิทยาลัยมหิดลและหน่วยงานท้องถิ่น

           9.คลินิกให้คำปรึกษาก่อนสมรส  
                      เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  สร้างคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาพพลานามัยให้ครอบครัว  โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ  คือ  โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า


โครงการ การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในต่างประเทศ


            
1.โครงการศูนย์ส่งเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัย  (Early  Childhood  Enrichment Center) 
                     เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  สอนแม่ที่อายุน้อยให้สามารถผลิตของเล่น  รู้จักใช้สื่ออุปกรณ์เล่นกับลูกเพื่อช่วยพัฒนาเด็ก    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  อิสราเอล
                                                             
            2.โครงการฮาร์ทาฟ  (HATAF)
                       เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองได้เรียนรู้และเข้าใจถึงพัฒนาการเด็ก   การจัดการสิ่งแวดล้อม  การเล่นกับเด็ก   การพัฒนาทักษะการพูดกับเด็ก   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ
 คือ  อิสราเอล

            3.โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับผู้ปกครองและเด็ก  (Cretive  Workshops for Parents and  Children)
                       เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองมีความสามารถในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เด็ก   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  อิสราเอล
          
           4.โครงการศูนย์ข้อมูลพ่อม่   
                         เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  สร้างความสำนึกให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของตนที่มีต่อเด็ก   และสนับสุนให้ผู้ปกครองมีความสามารถในการดูแลเด็กอย่างถูกต้อง   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  สหรัฐอเมริกา
   
           5.โครงการเฮดสตาร์ท  (Head  Start)
                        เป้าหมายที่สำคัญ   คือ  สร้างครอบครัวให้เข้มแข็งในการเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กชั้นต้น    เชื่อมโยงเด็กและครอบครัวต่อการบริการชุมชนที่มีความต้องการจำเป็น และประกันโครงการที่จัดการดีกว่าพ่อแม่เด็กมีส่วนร่วมในการตกลงใจ  โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  สหรัฐอเมริกา

           6.โครงการโฮมสตาร์ท  (Home  Start)

                         เป้าหมายที่สำคัญ   คือ  สร้างความสำนึกให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของตนที่มีต่อเด็กและสนับสนุนให้ผู้ปกครองมีความสารถในการดูแลเด็กอย่างถูกต้อง  โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  สหรัฐอเมริกา

           7.โครงการสมาร์ทสตาร์ท  (Smart  Start)
                          เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองมีความสามารถในการเลี้ยงดูเด็กให้มีความพร้อมก่อนเข้าเรียนในโรงเรียน    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  สหรัฐอเมริกา

           8.โครงการ  Brooklyne   Early   Education  
                           เป้าหมายที่สำคัญ   คือ   พ่อแม่ผู้ปกครองมีความรู้ความสามารถในการเลี้ยงดู เด็กด้านสุขภาพเบื้องต้นและวิธีการจัดการศึกาษาให้แก่เด็กอายุ 2  ขวบขึ้นไป   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  สหรัฐอเมริกา

            9.โครงการเพลย์เซ็นเตอร์
                           เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทในระบบการศึกษาของโรงเรียน   โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  นิวซีแลนด์

            10.โครงการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของโรงเรีย
                            เป้าหมายที่สำคัญ   คือ  ผู้ปกครองเข้าใจระบบการศึกษาของโรงเรียนในทุกด้าน  โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  นิวซีแลนด์

            11.โครงการพ่อแม่ คือ ครูคนแรก  (Parent  as  First  Teachers)
                           เป้าหมายที่สำคัญ คือ  ช่วยเหลือแนะนำและให้ดู
            ข้อมูลแก่พ่อแม่ให้มีความรู้  ความเข้าใจพัฒนาการเด็ก  การอบรมเลี้ยงดู และการส่งเสริมพัฒนาการ  โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  นิวซีแลนด์

            12.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในลักษณะ ".Early  Childhood  Center" หรือ  "Baby  Helth  Center" 
                           เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  ให้คำแนะนำ  พ่อแม่ ผู้ปกครองเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและใจ    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  ออสเตรเลีย
         
            13.โครงการบุ๊คสตาร์ทในประเทศอังกฤษ  (Bookstart  UK)
                          เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองใช้หนังสือในการพัฒนาความรู้สึกรักหนังสือและการอ่านให้แก่เด็ก    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  อังกฤษ

            14.โครงการบุ๊คสตาร์ทในประเทศญี่ปุ่น  (Bookstart  Japan)
                         เป้าหมายที่สำคัญ  คือ  พ่อแม่ผู้ปกครองใช้หนังสือเป็นสื่อกลางเพื่อสร้างความอบอุ่น อ่อนโยนให้แก่เด็ก    โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการ   คือ  ญี่ปุ่น

สรุปโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ
     
           ทุกประเทศให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาเด็กตั้งแต่ปฐมวัย  ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต   พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมและมีคุณภาพในการดูแลเด็ก  เพื่อให้เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ

                                                           

                                                คำถามท้ายบทที่  4


1.ในการดำเนินการโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร
ตอบ     เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองมีความรู้และความพร้อมในการอบรมเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่ปฐมวัยอย่างถูกต้องให้เด็กเติบโตไปเป็นเยาวชนที่ดีของประเทศชาติ


2.นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม  จงอธิบาย
ตอบ      มีการจัดโครงการให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดูเด็กโดยการบรรยายให้ความรู้กับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด  มีการแชร์ประสบการณ์ระหว่างครูและผู้ปกครองร่วมกัน  มีเอกสารคำแนะนำหลักการวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างครบถ้วนในพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้าน อย่างละเอียดชัดเจน   เช่น   การช่วยเหลือตนเองในการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัย      การฝึกทักษะการเรียนรู้ของตัวเด็ก


3.ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต จงยกตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูเด็ก มา 5 เรื่องพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ    3.1 การฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองได้    เช่น   การรับประทานอาหาร   การเข้าห้องน้ำ   พ่อแม่ต้องฝึกให้เด็กทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันด้วยตัวเด็กอย่างอย่างสม่ำเสมอ  พ่อแม่ทำเป็นแบบอย่างให้เด็กได้ทำตาม
            3.2 การฝึกทักษะการเรียนรู้   เช่น  พ่อแม่ต้องถามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเด็กในเรื่อง  สมาชิกครอบครัว  ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  แล้วให้เด็กตอบคำถาม จะทำให้เด็กเกิดกระบวนการคิดและจำจดในการเรียนรู้   
            3.3 การรู้จักพูดคุยกับผู้อื่น   เช่น  การทักทายครู  และเพื่อนๆในช่วงเช้าที่มาโรงเรียน
            3.4 การฝึกการกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง   เช่น   พ่อแม่ต้องพาไปทำกิจกกรรมนอกบ้าน  พบปะผู้คน  เพื่อให้เด็กเกิดความคุ้นเคยกับผู้คนอื่น
            3.5 การรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น  เช่น  พ่อแม่ต้องให้เด็กช่วยเหลืองานบ้านที่ง่ายๆให้เด็กสามารถทำได้ไม่เกินความสามารถของเด็ก
         

4.การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไร  จงอธิบาย
ตอบ    มีผลต่อพฤติกรรมเด็กเป็นอย่างมาก  เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองจะมีวิธีการรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกได้อย่างถูกหลักการ  และมีวิธีการที่จะทำให้ลูกมีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น


5.นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างไร  จงอธิบาย
ตอบ    มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกับผู้ปกครอง  เช่น  เบอร์โทรศัพท์   สื่อโซเชียลทางอินเทอร์เน็ตต่างๆ   และถามพฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้นเป็นระยะ  หากมีปัญหาผู้ปกครองและคุณครูต้องมีความร่วมมือกันเป็นอย่างมากหาวิธีการแก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน  



ประเมินตนเอง
       
            มาเรียนตรงต่อเวลา  แต่งกายเรียบร้อย และจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญในเนื้อหาการเรียนค่ะ

ประเมินเพื่อน
         
           เพื่อนๆ ทุกคนให้ความสนใจกับการสื่อหนังสือนิทานที่อาจารย์นำมาให้ดูอย่างตั้งใจกันดีทุกคนค่ะ

ประเมินอาจารย์
       
            อาจารย์อธิบายรายละเอียดโครงการได้อย่างละเอียด และมีสื่อประกอบการสอนให้นักศึกษาได้ดูอย่างครบถ้วนดีค่ะ

      

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่  4

วันพฤหัสบดี   ที่  29  สิงหาคม   2562



 บทที่ 3  เรื่อง  การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

1.One-Way  Communication              การสื่อสารทางเดียว
2.Two-Way  Communication              การสื่อสารสองทาง
3.Verbal  Communication                   การสื่อสารเชิงวัจนะภาษา
4.Non-Verbal  Communication           การสื่อสารเชิงอวัจนะภาษา       
5.Personal    Communication              การสื่อสารส่วนบุคคล
6.Intrapersonal  Communication         การสื่อสารระหว่างบุคคล 
7.Mass  Communication                      การสื่อสารมวลชน
8.Channel                                             ช่องทางการสื่อสาร
9.Clarity  of  audience                          ความสามารถของผู้รับสาร
10.Clearly                                             ความชัดเจน

                   
1.ความหมายของการสื่อสาร
        การสื่อสาร  (Communication)  หมายถึง  กระบวนการส่งข่าวสารข้อมูลจากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับสาร  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา  โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ

2.ความสำคัญของการสื่อสาร
       2.1 ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
       2.2 ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
       2.3 ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
       2.4 ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
       2.5 ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต

3.รูปแบบของการสื่อสาร
     
       3.1 รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล  (Aristotle's Model  Communication )
                
ผู้พูด-------คำพูด-------ผู้ฟัง
       
       3.2 รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล   (Lasswell's Model  Communication)

       ผู้ส่งสาร---สาร---สื่อ---ผู้รับสาร---ผล

       3.3 รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์  (Shannon & Model of  Communication)
                               
                แหล่งสารสารสนเทศ---ตัวถ่ายทอด---สาร---ผู้รับสารหรือเครื่องรับ---ผู้รับสารปลายทาง

       3.4 รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์  (C.E Osgood and Willbur Schramm's)

                         สาร---เข้ารหัส---ตีความ---ถอดรหัส---สาร---ถอดรหัส---ตีความ---เข้ารหัส

       3.5 รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล  (Berlo's Model of Communication)
                   
                                   S (ผู้ส่งสาร) --- M (สาร) --- C (ช่องทาง) --- R (ผู้รับสาร)

4.องค์ประกอบของการสื่อสาร
       4.1 ผู้ส่งข่าวสาร        (Sender)
       4.2 ข้อมูลข่าวสาร    (Message)
       4.3 สื่อในช่องทางการสื่อสาร     (Media)
       4.4 ผู้รับข่าวสาร       (Receivers)
       4.5 ความเข้าใจและการตอบสนอง

5.ผู้ส่งสารและผู้รับสาร
       5.1 ผู้จัดกับผู้ชม
       5.2 ผู้พูดกับผู้ฟัง
       5.3 ผู้ถามกับผู้ตอบ
       5.4 คนแสดงกับคนดู
       5.5 นักเขียนกับนักอ่าน
       5.6 ผู้อ่านข่าวกับคนฟังข่าว
       5.7 คนเล่านิทานกับคนฟังนิทาน

6.สื่อ
         ใช้วิธีพูด-เขียน  หรือการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ  เช่น  ใช้รูปภาพ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ

7.สาร
        เรื่องราวที่รับรู้ร่วมกันในข้อเท็จจริง  ข้อแนะนำ  การล้อเลียน  ความปรารถนาดี  ความห่วงใย  มนุษย์จะแสดงออกมาให้เป็นที่รับรู้ได้  จะเกิดขึ้นตามกาลเทศะและสภาพแวดล้อมต่างๆในสังคม

8.วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
       8.1 เพื่อแจ้งให้ทราบ
       8.2 เพื่อความบันเทิงใจ
       8.3 เพื่อชักจูงใจ

9.ประเภทของการสื่อสาร
      9.1 จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร   แบ่งเป็น 2 ประเภท  ดังนี้
1.การสื่อสารทางเดียว  เช่น  การสื่อสารผ่านสื่อ   วิทยุ   โทรทัศน์ 
2.การสื่อสารสองทาง   เช่น  การพูดคุยกัน  การพบปะ
      9.2 จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก    แบ่งเป็น  2  ประเภท   ดังนี้
1.การสื่อสารเชิงวัจนะ   เป็นการใช้คำพูด
2.การสื่อสารเชิงอวัจนะ  เป็นการใช้ภาษาท่าทาง  การแสดงออกทางสีหน้า   สายตา
      9.3 จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร   แบ่งเป็น  3  ประเภท  ดังนี้
1.การสื่อสารส่วนบุคคล   
2.การสื่อสารระหว่างบุคคล
3.การสื่อสารมวลชน
   ( การสื่อสารสาธารณะ   การสื่อสารในครอบครัว   การสื่อสารในโรงเรียน และการสื่อสารในวงสังคมทั่วไป)

10.ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีประเด็นสำคัญ    ดังนี้
       10.1 เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
       10.2 เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
       10.3 เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

11.ปัจจัย 7 ประการเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
       11.1 ความพร้อม                                                                             
       11.2 ความต้องการ                                     
       11.3 อารมณ์และการปรับตัว                                           
       11.4 การจูงใจ
       11.5 การเสริมแรง                                 
       11.6 ทัศนคติและความสนใจ
       11.7 ความถนัด

12.อุปสรรคที่สำคัญของการสื่อสาร
      12.1 ผู้ข่าวสารขาดทักษะในการสื่อสารที่ดี  เช่น การใช้ภาษาที่ยากแก่การเข้าใจหรือไม่เหมาะแก่ผู้รับ
     12.2 ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป
     12.3 ผู้ส่งหรือผู้รับมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น

13. 7C  กับการสื่อสารที่ดี
     13.1 Credibility   ความน่าเชื่อถือ
     13.2 Content    เนื้อหาสาระ
     13.3 Clearly     ความชัดเจน
     13.4 Context    ความเหมาะสมกับโอกาส
     13.5 Channel   ช่องทางการสื่อสาร
     13.6 Continuity  consistency   ความต่อเนื่องและแน่นอน
     13.7 Clarity  of  audience     ความสามารถของผู้รับสาร

14.คุณธรรมที่สำคัญในการสื่อสาร
     14.1 ความสัจจะและไม่ล่วงละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน
     14.2 ความรัก  ความเคารพและความปรารถนาดีต่อกัน
     14.3 ความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนพูดหรือกระทำ
     14.4 เป็นกิริยาวาจาที่เรียบร้อยถูกต้องตามคตินิยม

15.วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง
     15.1 ศึกษาและพยายามทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
     15.2 พยายามเรียนรู้ความต้องการของเขา และหาแนวทางตอบสนองตามความเหมาะสม
     15.3 พูดคุย พบปะกับผู้ปกครองในโอกาสต่างๆ
     15.4 หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ปกครอง
     15.5 เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม

             การสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพนับเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้งานการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จ  ผู้ที่เป็นครูจะต้องทำความเข้าใจเรื่องการสื่อสารให้กระจ่างชัดเจน  เพื่อที่จะให้ทำการให้ความรู้ให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองได้ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด  เกิดความศรัทธา  เชื่อมั่นและมีความอบอุ่นว่าสถานศึกษาจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นก็ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง บ้าน โรงเรียน ชุมชนและสังคมเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเด็กร่วมกัน






             ระหว่างการเรียนอาจารย์ก็ได้มี เกมส่งเสริมเรื่องการสื่อสารต่างๆ  ได้แก่  เกมสื่อความหมาย      เกมทายคำ     เกมพรายกระซิบ และ เกม ใคร ทำอะไร  ที่ไหน  เมื่อไหร่  อย่างไร  กับใคร


คำถามท้ายบทที่ 3

1.)จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
ตอบ  การสื่อสาร   คือ  กระบวนการส่งข่าวสารหรือข้อมูล จากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา  
         ความสำคัญของการสื่อสาร     เป็นการทำให้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เกิดความเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งทำให้เกิดมิตรภาพที่อบอุ่นทั้งทางกายและใจ

2.)การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร
ตอบ   2.1 เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจตรงกันในเรื่องต่างๆอย่างสมานฉันท์  
           2.2  เพื่อชักจูงใจให้ผู้ปกครองเกิดความร่วมมือในการปฏิบัติตนทีดี
           2.3  เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีและรักษามิตรภาพที่ดีระหว่างผู้ปกครองกับคุณครู

3.)รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ   รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล    ได้แก่    ผู้พูด-------คำพูด-------ผู้ฟัง
เพราะเป็นรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมในสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและคุณครู ในการพูดคุยปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับตัวเด็ก  เช่น   การปรึกษาการไม่รับประทานอาหารของเด็ก   การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการเรียน

4.)ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ   4.1 เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาการเด็ก
           4.2 เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีสมานฉันท์
           4.3 มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
           4.4 เรียนรู้ได้ดีจาการฝึกปฏิบัติ
           4.5 เรียนรู้ได้ดีในบรรยายกาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
           4.6 ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
           4.7 เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

5.)ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก  ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
ตอบ    5.1 ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจที่จะเรียนรู้
            5.2 ความต้องการ  เช่น ต้องการให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง  มีการศึกษาที่ดี
            5.3 อารมณ์และการปรับตัว    เช่น  ดีใจ  พอใจ   โกรธ  เสียใจ
            5.4 การจูงใจ    เช่น  ต้องการรู้เพื่อพัฒนาลูก  ต้องการรู้เพื่อให้ลูกเป็นคนดี
            5.5 การเสริมแรง  เช่น  คำชมเชย  รางวัล ให้ลูกมีกำลังใจ
            5.6 ทัศนคติและความสนใจ  เช่น  จัดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ทำให้ผู้ปกครองพอใจและสนุกกับการเรียนรู้
            5.7 ความถนัด   ความสามารถในการทำกิจกรรมให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ประเมินตนเอง
        เข้าเรียนตรงต่อเวลา   การแต่งกายเรียบร้อย   ตั้งใจจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญไว้เป็นความรู้ติดตัวและให้ความร่วมมือในการเล่นเกมทายคำกับเพื่อนๆ เป็นอย่างดีค่ะ

ประเมินเพื่อน
        เพื่อนๆเข้าเรียยนตรงต่อเวลา   มีความสามัคคีในการร่วมกันเล่นเกมที่อาจารย์นำมาให้เล่นกันอย่างสนุกสนานมากค่ะ

ประเมินอาจารย์
         อาจารย์มีการเตรียมสื่อการสอนเป็นอย่างดีและอธิบายรายละเอียดเนื้อหาเรื่อง การสื่อสาร  ได้อย่างเข้าใจมากค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่  3

วันพฤหัสบดี   ที่  22  สิงหาคม    2562



              บทที่ 2  เรื่อง  หลักเบื้องต้นในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

1.Education   Networking                     การสร้างเครือข่ายทางการศึกษา
2.Understanding                                    การสร้างความเข้าใจ
3.Behavior  change                               การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
4.Parental    Involvement                      การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
5.Role  of  parent                                  บทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง
6.Parent   education   mode               รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครอง
7.Fomal   education                              การให้ความรู้แบบเป็นทางการ
8.Informal   education                          การให้ความรู้แบบไม่เป็นทางการ


                 การให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจะช่วยทำให้พ่อแม่  ผู้ปกครองได้เรียนรู้และเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายที่สำคัญของการพัฒนาเด็ก  ทำให้ดำเนินงานทางการศึกษาระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน   และทำให้ผู้ปกครองมีความรู้และเข้าใจกิจกรรมการเรียนการสอนของเด็กอย่างถูกต้อง

1.ความหมายของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง

              การให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก  เพราะเด็กอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันครอบครัว  การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองจึงเป็นการช่วยเหลือพ่อแม่  ผู้ปกครอง   ตลอดจนผู้ที่เตรียมตัวจะเป็นพ่อแม่ให้ได้เรียนรู้ถึงวิธีการในการดูแล  อบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่เด็ก  เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า  เพื่อพัฒนาการตนต่อไปในอนาคต

2.ความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
         
            2.1  เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก
            2.2  เป็นการให้ผู้ปกครองได้เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการศึกษาของเด็ฏ
            2.3  ทำให้ลดความขัดแย้งในการดำเนินงานทางการศึกษา  ช่วยให้การศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
            2.4  เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของเด็ก
            2.5  ช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง

3.วัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง

           3.1  เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการในการอบรมเลี้ยงดูเด็กและให้การศึกษาแก่เด็ก
           3.2  เพื่อให้ความรู้และวิธีการในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่เด็ก
           3.3  เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กที่โรงเรียนเพื่อให้ที่บ้านเข้าใจตรงกัน
           3.4  เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่บุตรหลาน
           3.5  เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้และเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน

4.รูปแบบการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
 
              มี 2  ส่วนหลักๆ  คือ      4.1 การมีส่วนร่วมที่บ้านในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กทุกๆด้าน
4.2 การมีส่วนร่วมในสถานศึกษา    เช่น  การเข้าร่วมประชุมร่วมกิจกรรมต่าง  ตลอดจนการปรึกษา  เยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน   การมีส่วนร่วมในการทำงานเสนอแนวคิดและร่วมตัดสินใจทางการศึกษา

5.แนวทางการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

             เพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมอยู่บนพื้นฐานความคิดของการสร้างความสัมพันธ์อันดี กิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้น  ขึ้นอยู่กับทางโรงเรียนจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพสังคม  ครอบครัว  เจตคติและความเชื่อของผู้ปกครอง  โดยจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้ปกครองให้มีส่วนร่วมและยึดผลที่จะเกิดขึ้นกับเด็กเป็นสำคัญ

6.บทบาทของผู้ปกครองในการร่วมกิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง

           6.1  เป็นผู้อบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการให้การศึกษาแก่เด็ก
           6.2  ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาในลักษณะต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง
           6.3  ให้ความมือร่วมทำกิจกรรมต่างๆในสถานศึกษากับเด็ก
           6.4  ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนโรงเรียน  เพื่อพัฒนาเด็กอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

7.แนวปฏิบัติของสถานศึกษา

          7.1  รับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกที่ผู้ปกครองมีกับลูก
          7.2  ขณะที่พูดคุยกับผู้ปกครองเด็ก   ไม่ใช้เป็นการพูดถึงเด็กในทางที่ไม่ดีเท่านั้น  ควรพูดถึงในสิ่งที่ดีที่เด็กสามารถพัฒนาขึ้นมาก
          7.3  ควรหลีกเลี่ยงคำอธิบายหรือใช้คำศัพท์ทางวิชาการในการอธิบายพูดคุยกับพ่อแม่  ผู้ปกครอง


                 ผู้ปกครองถือเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อความเจริญเติบโตพัฒนาการ  การเรียนรู้  การปลูกฝังคุณธรรม  จริยธรรมให้แก่เด็กปฐมวัย  การที่ผู้ปกครองมีความรู้  ความเข้าใจที่ถูกต้องในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย  ก็จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น  โดยดำเนินการศึกษาแก่ผู้ปกครองโดยเลือกรูปแบบวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาของผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองรับประโยชน์สูงสุด  ประกอบด้วย  3  รูปแบบ  คือ  บ้านเป็นฐานการเรียนรู้   โรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ และชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้


คำถามท้ายบทที่  2


1.) การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างไร  จงอธิบาย
ตอบ      ทำให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน  และให้การศึกษากับบุตรหลานได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ


2.) ในสถานศึกษาปฐมวัยสามารถดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองในลักษณะหรือรูปแบบใดบ้าง  จงอธิบาย   และยกตัวอย่างของกิจกรรม
ตอบ     2.1 กิจกรรมโรงเรียน  เช่น  การประชุมผู้ปกครอง   กิจกรรมการฝึกอบรม   กิจกรรมที่จัดขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ
             2.2  กิจกรรมสานสัมพันธ์    เช่น   การเยี่ยมบ้านนักเรียน    การสนทนาระหว่างคุณครูและผู้ปกครอง
             2.3  กิจกรรมการศึกษา   สามารถให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและร่วมกิจกรมกับเด็กๆ    เช่น   กิจกรรมทำ Cooking     กิจกรรมโรงละครนิทาน
             2.4  กิจกรรมบริการ   เช่น  ห้องสมุดของเล่น   ศูนย์ดูแลเด็ก   ศูนย์แลกเปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้


3.) นักศึกษามีแนวความคิดอย่างไรการใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครอง
ตอบ   เนื่องจากที่บ้าน เป็นสิ่งสำคัญที่แรกในการเรียนรู้ของเด็ก  เพราะมีทั้งบุคคลในครอบครัว   สิ่งของเครื่องใช้  ธรรมชาติรอบๆบริเวณบ้าน  ล้วนเป็นสิ่งที่เด็กๆสามารถเรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครองได้อย่างง่ายดาย  และทำให้เด็กเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี


4.) องค์ความรู้ที่จำเป็นในการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง
ตอบ   4.1  วิธีการในการอบรมเลี้ยงดูเด็กและให้การศึกษาแก่เด็ก
           4.2  วิธีการในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่เด็ก
           3.3  การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กที่โรงเรียนเพื่อให้ที่บ้านเข้าใจตรงกัน
           3.4  การตระหนักถึงบทบาทของผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่บุตรหลาน
           3.5  การให้ผู้ปกครองรับรู้และเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน



ประเมินตนเอง

      เข้าเรียนตรงต่อเวลา  ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์ได้บรรยายเนื้อหาให้ความรู้และจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างดีค่ะ

ประเมินเพื่อน

      เพื่อนๆบางคนก็ตั้งใจเรียน  บางคนก็เล่นโทรศัพท์ ขณะที่อาจารย์บรรยายเนื้อหาในการเรียนค่ะ

ประเมินอาจารย์

      อาจารย์ได้อธิบายและยกตัวอย่างในเรื่อง หลักเบื้องต้นในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากค่ะ